กีฬาระดับโลกทุกๆ 4 ปีจะจัดสักครั้งอย่าง "ฟุตบอลโลก" กลับมาอีกครั้ง การรอคอยของหลายๆค่ายธุรกิจ ที่ฉวยจังหวะกระโดดเข้ามาช่วงชิงตลาดในฤดูกาลแข่งขันเริ่มมีสีสันกันมากขึ้น แม้ว่าจะมีช่วงระยะเวลาเพียงสั้นๆ 1 เดือนก็ตาม แต่มูลค่าเม็ดเงินที่สะพัดช่วงการแข่งขันเชื่อว่าน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 3,000 กว่าล้านบาททีเดียว
ว่ากันว่าไม่เพียงเฉพาะผู้ที่เป็นคอกีฬาเท่านั้นที่รอคอยเพื่อลุ้นเชียร์ทีมที่ตนเองชื่นชอบ แต่ผู้ประกอบการธุรกิจค่ายใหญ่ๆ ทั่วโลกต่างเริ่มจับตามองและหาช่องทางต่อยอดทางธุรกิจไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทยเองที่เริ่มมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องจากผู้บริหารลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดที่มีกลุ่มผู้สนับสนุนหลัก รวมถึงสินค้าต่างๆ เข้าร่วมเกาะกระแสนี้ต่างวาดฝันเอาไว้ว่างานนี้หวังรับทรัพย์กันเป็นกอบเป็นกำ
และที่สำคัญตลอดระยะเวลาการแข่งขันฟุตบอลโลกปีนี้ไปตรงกับไพรม์ไทม์พอดิบพอดี ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ช่วงด้วยกันคือ 18.00 น., 21.00 น. และ 01.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย ถือว่ายังไม่ดึกจนเกินไปนักสำหรับแฟนพันธุ์แท้คอกีฬาฟุตบอล ขณะที่หลายค่ายธุรกิจเชื่อว่าช่วงเวลาไพรม์ไทม์จะสามารถกระตุ้นให้แบรนด์สินค้าขายได้ ดังนั้นกลยุทธ์ต่างๆ จึงถูกหยิบนำออกมาใช้ในช่วงนี้อย่างต่อเนื่องเริ่มด้วยกิจกรรมสอดรับ ผสมกับอัดแคมเปญ รวมถึงจัดอีเวนต์ออกมากระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่อง
เริ่มกันที่สินค้าเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์อย่าง เบียร์ช้าง ที่สบช่องถือโอกาสเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการเสียเลย เพราะด้วยข้อจำกัดทางกฎหมายที่ไม่สามารถโฆษณาได้ ทำให้ช่วงนี้เป็นเวลาที่ดีที่สุดของการสร้างแบรนด์ ขณะที่รถมอเตอร์ไซค์ค่ายยามาฮ่า ที่เน้นเรื่องของสปอร์ตมาร์เกตติ้งมาโดยตลอด งานนี้จึงขอเข้ามาร่วมแจมเป็นสปอนเซอร์ด้วยเช่นกัน แต่มีบางค่ายธุรกิจที่แทบจะไม่เคยเห็นเลยในการสนับสนุนกีฬาฟุตบอลก็กระโดดเข้ามาขอร่วมวงไพบูลย์กับเขาด้วย อย่างเช่นสินค้าประเภทแชมพูสระผมอย่าง เคลียร์ เมน ที่ก่อนหน้านั้นประเดิมด้วยการนำนักฟุตบอลระดับโลก อย่าง โรนัลโด มาเป็นพรีเซนเตอร์นำร่องสร้างแบรนด์สินค้าจับตลาดสำหรับผู้ชายให้เป็นที่รู้จัก
ว่ากันว่าสปอนเซอร์รายใหญ่ทุกรายต้องควักกระเป๋าให้การสนับสนุนรายละประมาณกว่า 50 ล้านบาท และมีผู้สนับสนุนร่วมอีก 10 ราย ที่ต้องควักเงินสนับสนุนอีกรายละ 30 ล้านบาท ได้แก่ ไวตามิ้ลค์, นีเวีย, กระทิงแดง, โซนี่, จักรยานแอลเอ, สีเบเยอร์, ธนาคารทหารไทย, เอสซีจี, เซ็นทรัลเวิลด์ และสยามพารากอน